ฟิลเลอร์แต่ละส่วนของใบหน้า อยู่นานแค่ไหน

Knowledge

สารบัญ

ใจความสำคัญ

ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาของผลลัพธ์ที่แตกต่าง เพราะแต่ละตัวมีปริมาณของ HA ไม่เท่ากันและใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน ซึ่งฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง จะสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี และจะสลายไปเอง ไม่ตกค้างในร่างกาย ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ ใต้ตา แก้มตอบ สันจมูก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริมฝีปาก คาง นอกจากนี้การดูแลหลังฉีดก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลด้วย เช่น หลังฉีดในระยะแรกๆ ไม่ควรจับ หรือ คลำบริเวณที่ฉีด , ไม่ควรอยู่ในที่ร้อน เช่น ห้องซาวน่า อบสมุนไพร เพราะฟิลเลอร์จะสลายตัวเร็วขึ้น เป็นต้น


ฟิลเลอร์ คือ ทางเลือกสำหรับคนที่อยากเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก เสริมสัดส่วนต่างๆบนใบหน้า แทนการเสริมด้วยซิลิโคน แต่ฟิลเลอร์ เป็นสารที่ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร ซึ่งเมื่อฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง หลายคนมักเกิดคำถาม คือ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน ? ซึ่งฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น มีเทคโนโลยีและปริมาณของสาร Hyaluronic acid (HA) ที่แตกต่างกัน ทำให้ระยะเวลาของฟิลเลอร์แต่ละชนิดแตกต่างกัน นอกจากนี้ การดูแลหลังฉีดก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาด้วยเช่นกัน

การทำงานของ Filler

การฉีดเติมเต็มด้วยสาร Hyaluronic Acid หรือ Filler ที่เป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่ในผิวหนังของเราทุกคน คอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญของผิว ที่ทำให้ผิวเต่งตึง เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนจะเสื่อมสภาพลง ผิวหนังจึงยุบตัวลง ความเหี่ยวย่น ริ้วรอย จึงตามมา การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นการช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิว ผ่านการออกฤทธิ์ของกรดไฮยาลูรอนิค ช่วยผสานระหว่างผิวหนังกับคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหนังมีความเต่งตึง ยืดหยุ่น ไร้ริ้วรอย เซลล์ผิวแข็งแรง

ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐาน อย. ในปัจจุบัน จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ และจะค่อยๆสลายไปเองโดยธรรมชาติ เป็นเวลาที่เหมาะสมต่อผิวหนัง  จึงไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ และไม่ระคายเคืองต่อผิว ซึ่งถือเป็นข้อดีของฟิลเลอร์ เพราะหากคนไข้ไม่พอใจในผลลัพธ์ เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์ก็จะค่อยๆยุบและสลายไปเองในที่สุด แถมยังไม่มีสารตกค้างในร่างกายอีกด้วย

ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

1.ใต้ตาเติมเต็มเบ้าตา ร่องน้ำตาลึก หรือแก้ไข้ให้ถุงใต้ตาให้เรียบเนียนขึ้น

2.แก้มตอบเติมเต็มส่วนที่ขาดหายบนใบหน้า

3.สันจมูกเติมสันจมูกให้ดูโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แทนการเสริมด้วยซิลิโคน

4.ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมากเติมเต็มให้ใบหน้าดูเด็กลง

5.ริมฝีปาก ทำให้ปากดูอวบอิ่มเป็นทรงขึ้น รวมถึงสามารถฉีดลดริ้วรอยเล็กๆรอบริมฝีปากได้

6.คางเติมคางให้ดูเรียวยาวขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์แต่ละจุดอยู่ได้นานแค่ไหน

1 : ใต้ตา

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ : 12 เดือน

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ : Juvederm VOLBELLA

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : ข้างละ 1 CC

2 : โหนกแก้ม

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ : 24 เดือน

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ : Juvederm VOLUMA

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : ข้างละ 1 CC

3 : สันจมูก

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ :  12 เดือน

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้  : Juvederm VOLUMA

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : 1 CC

4 : ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ :  12 เดือน

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ : Juvederm ULTRA PLUS XC

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : ข้างละ 1 CC

5 : ริมฝีปาก

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ :  12 เดือน

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ : Juvederm VOLIFT

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : 1-2 CC

6 : คาง

ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ :  24 เดือน

ฟิลเลอร์ใช้ในการรักษา : Juvederm VOLUMA

จำนวน CC ที่แนะนำในการฉีด : 1-2 CC

6 ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น

การที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีดูแลหลังฉีดที่สำคัญๆมีดังนี้

ฟิลเลอร์จะมีระยะเวลาของมัน สุดท้ายแล้วจะย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ  แต่สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวและควรระวัง คือ ฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน สารเหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายไปได้เอง หากคนไข้ฉีดเข้าไปหลายๆครั้ง เมื่อหมดอายุแล้ว จะทำให้เกิดการไหลไปกองรวมกันเป็นพังผืด ซึ่งไม่สามารถฉีดสลายออกได้ การจะเอาออกต้องผ่าตัดขูดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาหาข้อมูล วิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้ เพราะปัจจุบันมีฟิลเลอร์ปลอมจำนวนมาก อีกสิ่งที่สำคัญคือ แพทย์ผู้ฉีด ต้องเป็นแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะจะทำให้จุดที่เราเติมเต็มออกมาสวย และเป็นธรรมชาตินั่นเอง

หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ คุณหมอยินดีให้คำปรึกษานะครับ

โทร : 0844329889

Line: @doctortony

https://line.me/R/ti/p/%40doctortony

Categories

หมวดหมู่