ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คืออะไร ลดน้ำหนักได้จริงไหม เหมาะกับใครบ้าง มีอาการข้างเคียงไหม?

Doctor Tony Beauty Expert

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คืออะไร ลดน้ำหนักได้จริงไหม เหมาะกับใครบ้าง มีอาการข้างเคียงไหม?

รวมทุกคำถามที่คุณอยากรู้ ใครอยากผอมต้องอ่าน

Index

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คืออะไร

สาเหตุทำไมเราถึงหิวบ่อย

หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ทำไมปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ต้องเป็นแบบฉีด

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีกี่ประเภท ใครเหมาะกับแบบไหน

ประโยชน์ของ ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เหมาะสมกับใครบ้าง

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ปลอดภัยหรือไม่

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คาดหวังให้น้ำหนักลดลงได้กี่กิโลกรัม

ทำไมถึงควรซื้อปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ที่ Doctor Tony Medical Center

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีวิธีการใช้อย่างไร?

อาการข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนัก saxenda ซื้อที่ไหน

การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

สาเหตุของอาการน้ำหนักเกินหรืออ้วน

ข้ออันตรายจากยาลดความอ้วน

 

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คืออะไร

Saxenda คือ ปากกาลดน้ำหนัก (Weight-Loss Pen) เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศเดนมาร์กช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นตัวยาลดน้ำหนักที่อยู่ในรูปของปากกาสำหรับฉีดยา โดยมีตัวยา Liraglutide ทำงานคล้ายกับฮอร์โมนที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 ซึ่งหลั่งออกมาจากสำไส้หลังการรับประทานอาหาร โดยตัว GLP-1 จะออกฤทธิ์ไปที่สมองสั่งให้ รู้สึกอิ่ม ทำให้เรากินน้อยลงจึงช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้ โดยเฉพาะถ้าทำควบคู่ไปกับโปรแกรมลดน้ำหนัก อาทิเช่น การทำ IF หรือ การออกกำลังกายก็จะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

ข้อดีของปากกาลดน้ำหนักที่ทำให้เป็นที่นิยมคือ สามารถใช้เองได้ที่บ้าน ลักษณะเป็นด้ามปากกา สะดวก สามารถพกพาไปได้ที่ทุก

…………………………………………………..

สาเหตุทำไมเราถึงหิวบ่อย

…………………………………………………..

หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปกติแล้วทางเดินอาหารจะเป็นตัวสร้าง GLP-1 ขึ้นมา พอเวลาที่เราทานอาหารเข้าไปผ่านทางเดินอาหาร GLP-1 จะหลังออกมาเพื่อไปกระตุ้นสมองเพื่อให้ส่งสัญญาว่าอิ่มได้แล้ว ดังนั้นจึงเป็นที่มาที่เราเอาสาร GLP-1 มาเพื่อเป็นตัวช่วยในการควบคุมการอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักของเราลดลงมานั่นเอง
…………………………………………………..

ทำไมปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ต้องเป็นแบบฉีด

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าสาร GLP-1 ที่เป็นสารที่มีอยู่ในทางเดินอาหาร ซึ่งในทางเดินอาหารก็จะมีเอนไซม์ตัวนึงที่อยู่ในทางเดินอาหารเหมือนกัน ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้ก็จะเป็นตัวที่ไปทำลายสาร GLP-1 เช่นกัน ดังนั้นถ้าเป็นรูปแบบกินสาร GLP-1 ก็จะโดนทำลายในช่วงเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นแบบฉีดโดยที่เราฉีดเข้าไปที่ท้องสาร GLP-1 จะสามารถออกฤทธิ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพราะจะไม่โดนเอนไซม์ตัวนี้ทำลายไป
…………………………………………………..

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีกี่ประเภท ใครเหมาะกับแบบไหน

ปกติ GLP-1 จะมีหลายรูปแบบมีแบบฉีดทุกวันเช่นเดียวกับ saxenda และมีแบบฉีดอาทิตย์ละครั้ง โดยแนะนำให้ฉีดทุกวันเพราะจะมีผลค้างเขียงน้อยกว่า เพราะการที่ฉีดสัปดาห์ละครั้งจะต้องใช้จำนวน Dose ที่เยอะกว่า ทำให้มีผลค้างเขียงที่มากกว่าการฉีดแบบสัปดาห์ละครั้ง โดยทางทีมแพทย์ที่ Doctor Tony Medical Center จะมีการสอนวิธีฉีดโดยส่วนมากคนไช้10 จาก 10 ที่มาใช้บริการ Saxenda จะบอกว่าไม่เจ็บเลย เพราะเรามีเทคนิคเฉพาะในการฉีดแบบไม่เจ็บ โดยจะเป็นเทคนิคในเรื่องของการวางองศาเข็มยังไง และการจับเนื้อที่ท้องบริเวณที่จะฉีดเข้าไปยังไงให้ไม่เจ็บ

…………………………………………………..

ประโยชน์ของปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่ายขึ้น

เป็นสารธรรมชาติที่มีในร่างกาย (GLP-1)

ช่วยให้อิ่มได้นานขึ้นช่วยลดนิยสัยการกินจุกจิก กินไม่เป็นเวลา

ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ช่วยในเรื่องของระบบความจำ

ทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานของหัวใจดีขึ้น

ช่วยในเรื่องการทางเดินอาหาร เพราะเมื่ออาหารเคลื่อนที่ช้าลง เราก็จะอิ่มเร็วและนานขึ้น
รวมไปถึงการทำงานของตับอ่อน

นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่เจ็บระหว่างฉีด

ไม่กลับมาอ้วน ไม่มีโยโย่เอฟเฟ๊กต์

…………………………………………………..

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เหมาะสมกับใครบ้าง

ผู้ที่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือ ดัชนีมวลกาย BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 30 คือมีภาวะน้ำหนักเกิน

ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่างๆเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วย

ผู้ที่ต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ

ผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล เช่น ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน

ผู้ที่ต้องการหาวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ไม่มีผลค้างเขียง ไม่กลับมาโยโย่

…………………………………………………..

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ผู้ที่มีประวัติแพ้ Liraglutide หรือมีประวัติการแพ้

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์

โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ

ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของไต ตับ ลำไส้และกระเพาะอาหาร

มีการใช้ยาเบาหวาน หรือยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด

อายุต่ำกว่า18ปี และอายุมากกว่า 75 ปี

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ และผู้ที่กำลังให้นม

…………………………………………………..

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ปลอดภัยหรือไม่

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ได้รับการรับรองจาก (.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว่ามีความปลอดภัย สามารถใช้ในการควบคุมน้ำหนักได้ ภายใต้การดูแลของแพทย์*

…………………………………………………..

ทำไมถึงควรซื้อปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ที่ Doctor Tony Medical Center

ให้คำปรึกษาและดูแลโดยแพทย์ผู้มีมากประสบการณ์เท่านั้น

ด้วยเทคนิคเฉพาะของ Doctor Tony Medical Center  ช่วยให้ฉีดแล้วไม่เจ็บและไม่มีผลข้างเคียง

จัดเก็บอย่างถูกวิธีด้วยอุณภูมิที่เหมาะสม ทำให้ตัวยามีคุณภาพที่ดีอยู่เสมอ

น้ำหนักค่อยๆลดลงอย่างสุขภาพดี ไม่โทรม และไม่มีโยโย่เอฟเฟ๊กต์

………………………………………………….

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda คาดหวังให้น้ำหนักลดลงได้กี่กิโลกรัม

จริงๆการลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะลดลงได้กี่กิโล ซึ่งการใช้ปากกา Saxenda ควรใช้ภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ โดยแพทย์ที่ Doctor Tony จะแนะนำให้เริ่มใช้ปริมาณที่น้อยก่อนจากนั้นเมื่อร่างกายคุ้นชินจึงค่อยๆเพิ่มขึ้น เพื่อให้การลดน้ำหนักลดอย่างยั่งยืน เพราะการที่โหมลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็วหลายกิโลกรัมเพียงช่วงเวลสไม่นาน อาจทำเสี่ยงอาการโยโย่หรือการกลับมาอ้วนอีกครั้งหลังจากหยุดยาไป

ซึ่งที่ Doctor Tony Medical Center ยังมีเทคนิคการฉีดแนะนำให้กับลูกค้าอีกมากมายเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในระยะยาว และเทคนิคการฉีดที่ไม่เจ็บ รวมถึงช่วงเวลาการฉีดที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนอีกด้วย

…………………………………………………

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

ปากกาลดน้ำหนักใช้ 1 คนต่อ 1 ด้ามเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น

ห้ามใช้กับผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

การจัดเก็บปากกาลดน้ำหนักต้องควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม

ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดัน ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับตับและไตควรปรึกษาแพทย์ก่อน

อายุต่ำกว่า18ปี และอายุมากกว่า 75 ปี

…………………………………………………

ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีวิธีการใช้อย่างไร?

แพทย์จะแนะนำวิธีการใช้และเทคนิคการใช้ให้กับลูกค้า

สามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกในการฉีดได้ โดยควรจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน

ปริมาณยาที่ฉีด (dose) จะขึ้นกับแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เป็นรายบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดน้ำหนักของลูกค้าโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

หมายเหตุ:

1: แพทย์จะแนะนำและปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการฉีดให้เป็นรายบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าท่านั้นๆ ด้วยเทคนิคเฉพาะของ Doctor Tony Medical Center

2: ควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda หากต้องการผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนควรใช้ต่อเนื่องประมาณ 3-4 เดือน)

………………………………………………….

อาการข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในช่วงแรกๆหลังฉีดยา แต่จะเป็นอาการเพียวชั่วคราวเท่านั้นโดยท่านสามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอคำปรึกษาจากแพทย์ได้โดยตรง

………………………………………………….

ข้อควรระวังในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

เนื่องจากปากกาลดน้ำหนัก Saxendaจะเข้าไปช่วยตับอ่อนในการควบคุมและลดน้ำตาล แต่ถ้ากินน้ำตาลเข้าไป ทำให้น้ำตาลสูงในเลือด เมื่อทานน้ำตาลเข้าไป จะทำให้รู้สึกไม่ดี หรืออาจมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย เพราะตับอ่อนพยายามตอบสนองในการจำกัดน้ำตาล ดังนั้นช่วงที่ใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda จะไม่แนะนำให้ทานอาหารหรือของหวานที่มีน้ำตาลสูงๆ ซึ่งการลดน้ำตาลก็เป็น Lifestyle ที่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะการลดน้ำหนักในระยะให้ยั่งยืนควรจะลดมาจากLifestyle ดังนั้นจะแนะนำให้เข้าคอร์สใช้ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda ในระยะสั้น หรือประมาณ 3 เดือนเพื่อปรับ Lifestyle ให้ทานอาหารน้อยลงโดยเฉพาะพวกคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง โดยสามารถทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและทำ IF

ปากกาลดน้ำหนัก saxenda ซื้อที่ไหน

ปัจจุบัน ปากกาลดน้ำหนัก saxenda สามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะกำลังได้รับความนิยม โดยสามารถหาซื้อจากอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อ ปากกาลดน้ำหนัก saxenda จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์เป็นผู้ให้คำปรึกษาและดูแลควบคุมรวมไปถึงการสอนเทคนิคการฉีดที่ถูกวิธีให้คือทางเลือกที่ดีที่สุด อีกทั้งการเลือกซื้อ ปากกาลดน้ำหนัก saxenda จากแหล่งที่เชื่อถือได้ นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังช่วยให้ผู้ลดน้ำหนักได้ถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอีกด้วย

การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก Saxenda

เก็บให้พ้นมือเด็ก

เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ2-8องศาเซลเซียส

สาเหตุของอาการน้ำหนักเกินหรืออ้วน

ไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนยุคใหม่ ด้วยความเร่งรีบและต้องแข่งกับเวลาซะเป็นส่วนใหญ่ทำให้พฤติกรรมการบรโภคเปลี่ยนไป จากเดิมที่ได้ทานอาหารครบ 5 หมู่ แต่เนื่องด้วยยุคสมัยที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลักทำให้รับประทานอาหารแป้งมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและเป็นที่มาของการพึ่งพายาลดน้ำหนักนั่นเอง

ซึ่งการทานยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐานและเน้นเห็นผลที่รวดเร็วจนเกินไป สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้ถึงขั้นเสียชีวิตกันเลยทีเดียว

โดยสาเหตุหลักของน้ำหนักตัวมากกว่าปกติมีดังนี้

1: ทานอาหารเร็วเกินไป

การที่รับประทานอาหารเร็วไปทำให้การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด และทำให้ทานอาหารเข้าไปในปริมาณที่มากเกินพอดี

ดังนั้นการที่เราเพิ่มเวลาในการเคี้ยง ค่อยๆให้กระเพาะได้รับรู้รสชาติและปริมาณอาหารที่เข้าร่างกาย จะทำให้เราอิ่มเร็วขึ้นและทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม

2 ทานเกินพอดีเพราะเสียดายอาหารที่เหลือ

การทานอาหารเหลือหลังจากที่เราอิ่มแล้วเพราะความเสียดายเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เรามีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ โดยอาจจะส่งผลถึงระบบต่างๆในร่างกายอีกด้วย

3 การทานอาหาร หรือ ขนมคบเคี้ยวระหว่างนั่งดูทีวี

พฤติกรรมที่ชอบทานอาหารหรือขนมคบเคี้ยว น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ ระหว่างดูทีวี

ทำให้เกิดสภาวะน้ำหนักมากกว่าปกติได้

4 ทานอาหารเพื่อคลายเครียด

ส่วนมากเมื่อเกิดภาวะเครียดหลายคนเลือกที่จะรับประทานอาหารเพื่อลดความตึงเครียด บางทีเราทานในปริมาณที่มากเกินไปโดยไม่รู้ตัวทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินปกติเช่นกัน             

5ทานอาหารบุฟเฟ่ต์ เน้นความคุ้มค่า

เทรนด์บุฟเฟ่ต์ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนยุคนี้ โดยคนที่ไปทานบุฟเฟต์จะเน้นทานอาหารเพื่อความคุ้มค่ามากกว่าความพอดี ซึ่งเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้เป็นสาเหตุของน้ำหนักที่มากกว่าปกติ

6 ทานอาหารช่วงดึก

การทานอาหารช่วงดึกนอกจากจะเป็นการรบกวนระบบการย่อยอาหารในร่างกายแล้วยังเป็นอีกนึงสาเหตุที่ทำให้เราน้ำหนักเกินมากกว่าปกติได้ เพราะอาหารที่เราทานไปช่วงดึกนอกจากจะไม่ได้รับการย่อยอย่างเหมาะสมเรายังไม่ได้มีกิจกรรมไปย่อยอาหารเหล่านั้นอีกด้วย

7 ทานอาหารแล้วไม่ออกกำลังกาย

เช่นเดียวที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นแล้ว หากทานอาหารแล้วไม่ได้นำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ จะทำให้พลังงานเหลือคงค้างอยู่ในร่างกายและจะโดนแปรรูปไปเป็นไขมันส่วนเกินในที่สุด นำไปสู่ภาวะน้ำหนักตัวมากกว่าปกตินั่นเอง

ข้ออันตรายจากยาลดความอ้วน

1: ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ

ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้รับการรับรองจาก อย มีโอกาสที่จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติส่งผลให้ไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้เต้นผิดจังหวะไปด้วย ทำให้หัวใจต้องทำงานมากกว่าปกติ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

2: ความดันในเลือดสูง

ยาลดน้ำหนักเป็นสาเหตุให้ความดันในกระแสเลือดสูงขึ้นผิดปกติ เนื่องจากยาลดน้ำหนักทำให้เลือดเข้าไปสูลฉีดไม่เพียงพอ

3: นอนไม่หลับ กดประสาท

ยาลดน้ำหนักมีฤทธิ์ไปกดประสาท ทำให้ประสาทส่วนกลางสั่งให้ไม่อยากอาหาร โดยอาการข้างเคียงที่ตามมาคือ คอแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน จนไปถึงอาการประสามหลอนจนถึงเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

4: วิตกกังวล

ผลข้างเคียงอีกของยาลดน้ำหนักอีกหนึ่งอย่างคืออาการวิตกกังวล จนอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเอง

5: อาการท้องผูก

เป็นผลมาจากกฤทธิ์ยาลดความอ้วน เนื่องจากการขาดสารอาหารทำให้ร่างกายไม่มีสารอาหารที่จำเป็นเข้าไปในระบบขับถ่ายเป็นสาเหตุให้มีอาการท้องผูกได้

6. อาการคัดจมูก

โทษของยาลดน้ำหนักคือ อาการคัดจมูกเพราะหลอดเลือดที่เยื่อบุจมูกอักเสบขยายตัว

8. อาการดื้อยา

เมื่อทานยาลดน้ำหนักแล้วไม่ได้ผลก็ต้องเปลี่ยนยี่ห้อให้แรงขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการดื้อยาและส่งผลเสียต่อร่างกายในที่สุด

9: ร่างกายโดยรวมย่ำแย่เสียสุขภาพ

เนื่องจากเมื่อระบบประสาทถูกกดทับนานๆ ระบบและอวัยวะต่างๆของร่างกายก็จะทำงานผิดปกติ ร่วมด้วยกับการที่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอทำให้สุขภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ลงเรื่อยๆ และอาจะถึงกับเสียชีวิตได้

Testimonial

รีวิวจากลูกค้า

ตั้งแต่ได้มารักษาที่คลินิค Dr.Tony ก็รู้สึกประทับใจมากครับ ดูแลอย่างดีตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษา ระหว่างการรักษา และที่สำคัญ คือ การติตามผลอย่างต่อเนื่อง ผิวดีขึ้นจนคนรอบตัวทัก ความมั่นใจก็ตามมาครับ...

เคน - ศิลปินวง Zeal

ผู้ช่วยหรือคู่หูมาให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องความสวยความงามให้สมกับวัยและดูเป็นธรรมชาติ ดิฉันให้คุณหมอต้อง วรพล แห่งดอกเตอร์โทนี่ คลินิคดูแลฉันมาตลอด...

มูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์​

รักคุณหมอต้อง ประทับใจในฝีมือและความเป็นตัวจริงในเรื่องความสวยงาม คอยดูแลเราตลอด ดวงดีใจมากๆที่ได้พบคุณหมอ รู้สึกโชคดีที่มีกันและกันมาเสมอ
เก่งที่สุดต้อง “คุณหมอต้อง” แห่ง “ดอกเตอร์โทนี่คลินิค”…

ดวง มนตร์ลดา พงษ์พาณิช

เรื่องผิวพรรณ ผมไว้วางใจให้ Dr.Tony ดูแลครับ

แหนม รณเดชน์